หลายคนกำลังคิดที่จะเขียนบทความวิจัยแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี
วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีการเขียนครับ ซึ่งถ้าคุณสามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ รับรองว่ามีโอกาสได้รับการตอบรับเข้าร่วมงานประชุมหรือตีพิมพ์ลงวารสารอย่างแน่นอน ซึ่งประกอบไปด้วย 20 ขั้นตอนดังนี้
1. กำหนดหัวข้อ (Determine the topic)
การกำหนดหัวข้อนั้น ขอให้ดูงานวิจัยที่กำลังทำอยู่เป็นหลัก ขอแนะนำว่าให้เตรียมกำหนดรายการแนวคิดและหัวข้อเบื้องต้นก่อน ซึ่งควรเป็นไปตามแนวทางงานวิจัยของคุณ ที่กำหนดไว้ตามคำถามวิจัยของงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของคุณเป็นหลัก
2. สร้างความมั่นใจกับที่ปรึกษาของคุณ (Secure a Mentor)
สร้างความมั่นใจในการที่จะได้รับคำปรึกษาจากที่ปรึกษาของคุณให้ดี เพื่อให้ที่ปรึกษาสามารถกำกับการดูแลบทความของคุณได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีการกำหนดตารางวันเวลาที่ชัดเจน โดยเฉพาะวันเวลาเข้าพบหรือการส่งงานความคืบหน้าให้ที่ปรึกษาอ่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการกำหนดวันเวลาที่เหมาะสมและยอมรับ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามเวลาที่กำหนดตลอดการเขียนบทความนั้นจนเสร็จ
3. ทำโครงร่างบทความ (Outline the paper)
การทำโครงร่างบทความ เป็นการลำดับหัวข้อ ประเด็นที่จะนำเสนอก่อนหลังตามลำดับ มันคล้าย ๆ กับการกำหนดลำดับการเขียนในบทความ โดยให้ใส่รายละเอียดคร่าว ๆ ไว้ในหัวข้อย่อย ๆ ด้วย ซึ่งมันจะช่วยให้คุณแน่ใจว่าคุณเดินตามเส้นทางตรงประเด็นและสมเหตุสมผลที่สุด อย่า..เริ่มเขียนบทความโดยที่ไม่มีการโครงร่างก่อน
4. แนวทางการวิจัยตามแผน (Plan Research Approach)
เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในช่วงมีการทดลองการวิจัย ควรหาสถานที่ที่ดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะหาของที่จำเป็นได้ง่าย เพื่อให้งานวิจัยมีความต้อเนื่อง ควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย และควรมีตารางการทำงานชัดเจนกำกับ
5. เริ่มเขียนก่อนที่การทดลองจะเสร็จสมบูรณ์ (Start writing before the experimentation are complete such as Science Papers)
ไม่ต้องรอการทดลองเสร็จแล้วค่อยเริ่มเขียนบทความ ขอให้คุณเริ่มเขียนบทความในขณะที่คุณยังคงทำการทดลองอยู่ได้เลย การเขียนมักจะกระตุ้นให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ : ซึ่งอาจทำให้คุณรู้ว่าจะต้องทำการทดลองเพิ่มเติม หรือทำการออกแบบการทดลองเพื่อวัดประเด็นใหม่ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ ซึ่งจะทำให้บทความคุณโดดเด่นขึ้นอีก หากคุณรอจนผลการทดลองเสร็จแล้วเขียน อาจจะเกิดปัญหาที่ไม่คคาดคิด ส่งผลต่อการทดลอง ทำให้คุณจะไม่มีโอกาสเพื่อทดสอบตามแนวคิดหรือประเด็นใหม่เหล่านั้นได้
6. เริ่มต้นทำวิจัย (Begin Research)
ให้คุณเริ่มทำวิจัยได้เลย โดยอาจเริ่มจากการอ่านงานวิจัยที่เกี่ยวข้องก่อน ทำบรรณานุกรม และทำการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ สำหรับทำวิจัยของคุณ งานวิจัยของคุณควรมีการจัดการที่ดี
7. พิจารณารูปแบบพื้นฐานของบทความ (Determine the basic format)
- บทความวิจัยด้านวิทยาศาสตร์: บทความเหล่านี้มีเนื้อหาครอบคลุม การทดสอบ มีรูปแบบมาตรฐานที่ชัดเจน ใช้รูปแบบ“ IMRAD” – ซึ่งจะประกอบด้วย บทนำ วิธีดำเนินการทางวิจัย การทบทวนวรรณกรรม ผลการทดลอง และการอภิปรายผล เป็นต้น โดยความยาวปกติแล้วจะอยู่ที่ 3,500-4,000 คำ (ภาษาอังกฤษ) หรือน้อยกว่า
- การเขียนเรียงความ: รายงานการวิจัยฉบับเต็มสามารถนำเสนอความเฉพาะเจาะจงเพื่อให้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีการทบทวนวรรณกรรมในประเด็นนั้นๆ โดยความยาวปกติแล้วจะอยู่ที่ 3,500-4,000 คำ (ภาษาอังกฤษ) หรือน้อยกว่า
- การประเมินงานด้านศิลปะ: สาขาทางนี้อาจจะมีองค์ประกอบต้นแบบที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสาขาดนตรีหรือสาขาวิจิตรศิลป์ ดังนั้นรายงานการวิจัยอาจจะมีรูปแบบซ้ำกันแต่จะแตกต่างในผลงานที่ทำขึ้นนั่นเอง
- ภาษา: ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้เป็นรูปแบบสำหรับนานาชาติ ดังนั้นควรระวังเรื่องหลักไวยากรณ์ การสะกดคำและไวยากรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- โฟกัส: คุณควรโฟกัสในสิ่งที่กว้างๆหรือแคบๆ นั้นเป็นหน้าที่ที่ต้องพิจารณาว่ามันคืออะไร ว่าควรทำอย่างไร เป็นงานพื้นฐาน ทฤษฎีหรือการประยุกต์ใช้งาน เป็นต้น
- รูปแบบ: ในทั้งบทความควรเขียนไปในทิศทางเดียวกัน
- รูปภาพ กราฟและแผนภูมิ: จะช่วยในการทำความเข้าใจบทความของคุณได้ ควรออกแบบดีดี
- เวลาในการพิมพ์: ต้องระบุวันที่ส่งให้ที่ปรึกษาอย่างชัดเจน เพื่อการจัดการเวลาที่ดี
เริ่มเขียนดราฟท์แรก โดยเริ่มต้นจากการเขียนบทนำและไล่ลำดับไปเรื่อย ๆ แต่ละหัวข้อของบทความจนจบในรอบแรกเสียก่อน มันจะทำให้คุณเขียนไปได้ต่อเนื่องและมองเห็นภาพรวมของบทความนี้ หลีกเลี่ยงการพยายามเขียนไปด้วยและแก้ไขไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะจะทำให้คุณทำได้ไม่ดี เนื่องจากการแก้ไขมักจะง่ายกว่าการเขียนแต่ถ้าเขียนไปได้สักประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว ก็ลองกลับไปอ่านย้อนหลังเพื่อปรับแก้ไขก็ได้
11. รับฟังความคิดเห็นและแก้ไขต้นฉบับบทความของคุณ (Get feedback on your Extended Essay and revise your manuscript)
การรับฟังข้อเสนอแนะเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คุณจะสามารถปรับแก้ไขบทความของคุณให้ดีขึ้น ดังนั้นที่ปรึกษาควรระบุประเด็นให้ชัดเจนว่าควรจะปรับแก้ไขอะไรบ้าง เช่น ความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ ภาษาที่ใช้หรือสไตล์การเขียน เป็นต้น หลังจากที่คุณได้รับความคิดเห็น (feedback) เหล่านั้นแล้ว คุณอาจจะชี้แจงบางประเด็นได้เพื่อให้เข้าใจตรงกัน จากนั้นคุณควรจะรีบแก้ไขต้นฉบับให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อแก้ไขประเด็นตามที่ปรึกษาที่ได้ชี้แนะไว้
12. จัดการกับความเห็นของที่ปรึกษา (Deal with Mentors’ comments)
ให้ทำใจว่าในการเขียนบทความต้นฉบับเวอร์ชันแรกนั้น ส่วนใหญ่ที่ปรึกษาไม่ได้เห็นด้วยทุกอย่างที่คุณเขียนเสมอไป มันยังมีหลายประเด็นที่ที่ปรึกษาให้คุณปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเข้าไปในบทความของคุณ ดังนั้นคุณจึงไม่ควรกังวลมากไป
13. พิจารณาความจำเป็นในการทำวิจัยหรือการทดลองเพิ่มเติม (Consider the Need for Additional Research or Experimentation)
การเขียนบทความวิจัยนั้น บางครั้งอาจจะต้องมีการติดตามในการทำวิจัยหรือทดลองอย่างต่อเนื่อง ถ้าข้อมูลที่ได้มีความไม่ชัดเจนเพียงพอ คุณอาจจะต้องมีการพิจารณาทำการทดลองเพิ่มเติม เพื่อหาผลการทดลองที่น่าพอใจเสียก่อนก่อนเขียนบทความต่อไป
14. แก้ไขบทความเพิ่มเติมของคุณ (Revise your Extended Essay)
ขั้นตอนหลักๆ ที่ควรดำเนินการ มีลำดับดังนี้:
- (1) ทำการแก้ไขสิ่งที่สำคัญ: แก้ไขข้อบกพร่องในการนำเสนอ ปรับโครงสร้างการเขียนในการนำเสนออย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้เข้าใจบทความง่ายขึ้น
- (2) ปรับสไตล์: ปรับแต่งข้อความและแก้ไขไวยากรณ์ การสะกดคำ ให้ถูกต้อง
- (3) จัดรูปแบบเอกสาร: ทำให้ต้นฉบับของคุณน่าสนใจและอ่านง่าย
*ถ้าทำตามนี้คุณจะไม่เสียเวลามาปรับแก้บทความในภายหลัง
15. ตรวจสอบการอ้างอิง (Check the references)
ตรวจสอบว่าการอ้างอิงของคุณในบทความนั้นถูกต้องตามรูปแบบและครบถ้วนหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้พยายามอ้างอิงงานวิจัยที่ไม่เก่าจนเกินไป เช่น ไม่เก่าเกิน 5 ปี เพื่อให้แน่ใจว่างานคุณเป็นงานที่ทันสมัย การทำอ้างอิงนี้คุณอาจจะหาโปรแกรมช่วยสนับสนุนทำงาน เพราะบางมหาวิทยาลัยมีการโปรแกรมช่วยทำรูปแบบอ้างอิงเหล่านี้ด้วย
16. สร้างตาราง รูปภาพและคำบรรยาย (ตัวเลือก) (Construct the tables, figures, and legends (Optional)
คุณควรจัดระเบียบเอกสารข้อมูลทั้งหมดที่คุณจะนำเสนอด้วยการจัดทำตาราง รูปภาพ ให้มีความน่าสนใจ อ่านง่าย ชัดเจนดี และคุณต้องมั่นใจในผลการทดลองของคุณก่อนว่าถูกต้องแล้ว อย่ากังวลเกี่ยวกับการตีความของคนอ่านมากเกินไป ตรวจสอบว่าข้อมูลที่จำเป็นที่คุณต้องการนำเสนอถูกใส่ไว้ในบทความเรียบร้อยแล้วหรือยัง
17. เขียนฉบับร่างที่ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง สารบัญ และบทคัดย่อ (Draft a title, table of content & abstract)
ลองร่างฉบับที่มีชื่อเรื่อง สารบัญและบทคัดย่อของคุณที่เขียนขึ้นมาเทียบดู มันจะช่วยให้คุณเห็นภาพโดยรวมและทิศทางของเนื้อหาของบทความของคุณ ทำให้คุณกำหนดเนื้อหาให้ตรงกับสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ได้ดีขึ้น
18. เขียนชื่อเรื่องบทความและบทคัดย่อเวอร์ชันสุดท้าย (rite the final title and abstract)
เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทความอยู่ตลอดเวลาในระหว่างการเขียนบทความ คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อเรื่องและบทคัดย่อของคุณตรงกับเวอร์ชันสุดท้ายของบทความที่คุณต้องการแล้วจริงๆ (ถ้าไม่แน่ใจชื่อไฟล์ให้ดูวันเวลาที่แก้ไขไฟล์ก็ได้)
19. ตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ (Check the proofs)
เมื่อบทความคุณได้รับการอนุมัติจากที่ปรึกษาและเตรียมพร้อมที่จะการส่ง (submission) ไปยังงานประชุมวิชาการหรือวารสาร ให้เช็คข้อผิดพลาดที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ในบทความ และควรตั้งใจอ่านงานด้วยความละเอียดอีกครั้ง เพราะนี่เป็นโอกาสสุดท้ายของคุณก่อนส่งงาน
20. ฉลอง (Celebrate)
ฉลองกันได้เลย หรือจะรอฉลองเมื่อได้รับจดหมายตอบรับ (Acceptance Letter) ก่อนก็ได้
อย่างไรก็ตามก่อนจะเริ่มเขียนหรือเลือกหัวข้อเรื่องในการเขียนคุณจะต้องไปหาดูระดับของงานประชุมวิชาการหรือวารสารนั้น ๆ เสียก่อน ว่าเข้มข้นเพียงใด มีหัวข้อใดบ้างที่รับ เพื่อให้คุณปรับการเขียนให้เข้ากับธีมงานนั้นได้ ดังนั้นต้องลองหาอ่านงานที่ลักษณะคล้ายๆคุณในงานประชุมวิชาการนั้นเสียก่อน ดูเพื่อเป็นแนวทางในการเขียน ซึ่งสามารถบอกทิศทางบางอย่างให้คุณได้อย่างแน่นอน แต่ที่ปรึกษาคงจะแนะนำให้คุณอยู่แล้วในประเด็นนี้
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆ คนนะครับ โดยเฉพาะนักศึกษาที่กำลัง เริ่มเขียนบทความวิจัยครับ ขอให้ได้รับการตอบรับการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการหรือตอบรับการตีพิมพ์กันทุกคนนะครับ
ที่มา: “TWENTY STEPS TO WRITING A RESEARCH PAPER” ใน https://www.unthsc.edu/

purchase androxal purchase australia
purchase androxal buy for cheap
enclomiphene free online doctor consultation
cheap enclomiphene cost insurance
online order rifaximin purchase usa
cheapest buy rifaximin usa drugstore
online order xifaxan no prescription needed
online xifaxan cod pharmacy
online order staxyn generic extended release
discount staxyn purchase online from canada
cheap avodart generic india
buying avodart cheap in uk
cheap dutasteride without a prescription
no prescription needed dutasteride
order gabapentin american express canada
buy cheap gabapentin cost effectiveness
kamagra nz commande en ligne
pharmacie canadienne générique kamagra
online order flexeril cyclobenzaprine cheap pharmacy
buy cheap flexeril cyclobenzaprine canadian discount pharmacy
how to order fildena australia pharmacy
how to order fildena spain over the counter
generic itraconazole online canada
where can I buy itraconazole onlone
kamagra levné doručení přes noc
kamagra žádné konzultace